วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

เกษตรธรรมชาติ ( Natural farming)


เกษตรธรรมชาติ
( Natural farming)
เกษตรธรรมชาติ หมายถึง การทำการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดแต่จะให้ความสำคัญของดินเป็นอันดับดับแรก ด้วยการปรับปรุงดินให้มีพลังการในการเพาะปลูกเหมือนกับดินในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติโดยการนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจํากัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภค สามารถให้ผลผลิตที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพ เป็นระบบเกษตรที่มีความยั่งยืน ถาวร และเป็นอาชีพที่มั่นคง
เกษตรธรรมชาติ ในทีนี้หมายถึง การนำเอาเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ในการผลิตทางการเกษตร เช่น ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เช่นปุ๋ยเคมีและยาเคมีทำให้อาหารที่มาจากการผลิตของพืชและสัตว์ปลอดภัยจากสารพิษ (Food Safety)
เกษตรธรรมชาติ จะเริ่มต้นด้วยเชื้อจุลินทรีย์ในท้องถิ่น(Indigenous Micro Organism : IMO)โดยการเพาะเลี้ยงและนำมาใช้ในการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง บนฐานความคิดที่ว่า อยู่ที่ไหนใช้จุลินทรีย์ที่นั่น เชื้อจุลินทรีย์นี้เรียกว่า “เชื้อราขาว”

จุลินทรีย์
  -  เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
  -  มีประโยชน์ต่อธรรมชาติ ไม่ชอบแสงแดด ชอบกินของหวาน หรือน้ำหมักจากพืชผสมน้ำตาลทรายแดงเป็นอาหาร
  - แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1. กลุ่มเป็นประโยชน์              
    * กลุ่มสังเคราะห์แสง
    * แลคโตบาซิลลัส
    * ยีสต์
    * แอสเปอร์จิลลัส
2 กลุ่มเป็นโทษ
    * แบคทีเรีย
    * ไวรัส
    * เชื้อรา
    * ใส้เดือนผ่อย

จุลลินทรีย์ท้องถิ่น/เชื้อราขาว
- จุลินทรีย์ท้องถิ่นมีความอุดมสมบูรณ์ในป่าไผ่ และใบไม้ผุบริเวณบ้านหรือตามภูเขา
- จุลินทรีย์ที่แนะนำไม่ยุ่งยาก ทุกคนสามารทำได้อย่างง่ายดาย และนำไปใช้อย่างเกิดผลที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม

การเก็บเชื้อจุลินทรีย์ในท้องถิ่น
วัสดุ/อุปกรณ์
1. กล่องไม้สี่เหลี่ยมขนาด 30×30 ลึก 10 ซม.
2. ข้าวหุงสุก 1 ลิตร
3. ทับพีตักข้าว
4. กระดาษขาว
5. เชือกฟาง
6. ตาข่าย/วัสดุกันสัตว์เข้าทำลาย
7. พลาสติกกันน้ำฝน
8. โหลปากกว้าง 9 นิ้ว

ประโยชน์ของเชื้อราขาว(จุลินทรีย์ในท้องถิ่น)
1. ช่วยย่อยสลายเร็ว(ทำปุ๋ยหมักและกำจัดขยะ)
2. ปรับpHของดินหรือปรับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน
3. ทำให้ดินปลดปล่อยแร่ธาตุ
4. ทำให้ดินโปร่ง มีออกซิเจน จุลินทรีย์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5. ทำให้พืชต้านทานโรค (เชื้อรา, แบคทีเรีย, ไวรัส, ไส้เดือนฝอย)
6. เพิ่มผลิตและลดต้นทุนการผลิต
7. พัฒนาสิ่งแวดล้อม (กำจัดขยะ, กำจัดกลิ่นเหม็น, กำจัดมลภาวะ)

องค์ประกอบของการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ

1. การผลิตเชื้อจุลินทรีย์ 3 ประเภท 7 ชนิด

    1.1 การทำน้ำหมักจากพืช
          - จากพืชสีเขียว( Fermental Plant Juice : FPJ)
          - จากผลไม้สุข(Fermental Fruit Juice : FFJ)
          - จากพืชสมุนไพร(Orient Herb Hormone Nutriai : OHN)
    1.2 การทำน้ำหมักจากน้ำเซาข้าว
          - แลคโนบาซิลลัส(Lactic Acid Bacteria : ALB)
          - แคลเซี่ยมจากเปลือกไข่(Ca)
          - ฟอสฟอรัสจากถ่าน(p)
    1.3 การทำน้ำหมักจากสัตว์(Fermentai Amino Acid : FAA)
          - ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ใส้เดือน รกหมู ฯลฯ
2. การผลิตเชื้อราขาว/จุลินทรีย์ท้องถิ่น(Indigenous Micro Organism : IMO)
    2.1 การเก็บเชื้อราขาว
    2.2 การต่อหัวเชื้อราขาว
    2.3 การขยายหัวเชื้อราขาว
3. การทำปุ๋ยหมักจากเชื้อราขาว
    3.1โดยคนทำ/หมัก
    3.2โดยสัตว์/หมัก
4. การเลี้ยงสัตว์
    4.1 การวางแผลการเลี้ยงสัตว์
    4.2 การผลิตอาหารสัตว์
    4.3 การผสมอาหารสัตว์
    4.5 การสุขาภิบาลสัตว์
5. การทำคอก
    5.1การสร้างคอกหมูและสัตว์อื่นๆ
    5.2 การทำพื้นคอก
6. การปลูกพืช
     6.1การวางแผลการปลูกพืช   
     6.2 การบำรุงรักษา
7. การผลิตจุลินทรีย์และกำจัดศัตรูพืชและสัตว์
8. การพัฒนาสิ่งแวดล้อม
    8.1 การกำจัดขยะ             
    8.2 การกำจัดกลิ่นเหม็น                
    8.3 การกำจัดมลภาวะ

การทำน้ำหมักจุลลินทรีย์จากพืชสีเขียว
(Fermental Plant Suice:FPS)

1. ข้อควรพิจารณา
1.1 เลือกเอาส่วนยอดดีที่สุด
1.2 เวลาเก็บให้เก็บตอนเช้า/ก่อนตะวันขึ้น
1.3 เลือกเอาส่วนที่เขียวที่สุด
1.4 ห้ามล้างน้ำ
2. วัสดุที่ใช้
2.1 ถังปากกว้าง
2.2 น้ำตาลทรายแดง
2.3 กระดาษและเชือก
2.4 พืชสีเขียว
3. อัตราการใช้   7:  3: 1
- วัสดุ/พืชสีเขียว 7 ส่วน:น้ำตาล  ส่วน: 1 กำมือ
4. วิธีการทำ/หมัก
- หั่นวัสดุ/พืชสีเขียว ขนาด 2-4 เซนติเมตร
- แบ่งน้ำตาลออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆกัน
- เอาน้ำตาลทรายส่วยที่ 1 คลุกกับวัสดุ (คลุกเบาๆ)
- นำไปบรรจุในภาชนะ(ปากกว้าง)
- เอาของหนักทับทิ้งไว้ 1 คืน
- เอาของหนักออก
- น้ำตาลทรายส่วนที่ 2 โรยหน้าให้ทั่วแล้วเกลือ 1 กำมือ เอาของหนักขึ้นทับ
- เอากระดาษปิด มัดเชือก
- ทิ้งไว้ 8-10 วัน (โดยให้อยู่ในร่ม)
5. รินใส่ขวดให้ได้2/3 ของขวด ปิดฝาเก็บไว้ที่ร่ม

6. ข้อบ่งใช้
6.1ใช้อัตรา 2 ช้อน: น้ำ 10 ลิตร พ่นใน 5-7 วัน (พ่นบ่อย ๆ)
6.3 นำไปใช้ในระยะเวลา 45 วันดีที่สุด
6.4 สามารถเก็บไว้ได้ 3 เดือน
6.5 ทำปุ๋ยหมัก
6.6 ผสมน้ำดื่มสัตว์
6.7 ผสมอาหารสัตว์
หมายเหตุ: ถ้าเปิดฝาใช้ต้องใช้ให้หมดภายใน 45วัน




น้ำหมักเชื้อจุลินทรีย์จากผลไม้สุก
(Farmental Fruit Juice:ffJ)
1. ข้อควรพิจารณา
1.1 ผลไม้ต้องสุก
1.2 ควรใช้หลายๆชนิดรวมกัน อย่างน้อยสามชนิด
1.3 ห้ามล้างน้ำ
2. วัสดุที่ใช้ดีที่สุด
2.1 กล้วยน้ำว้า มะละกอ ฟักทอง /ถ้าไม่มีอะไรก็ได้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น
2.2 น้ำตาลทรายแดง
2.3 ถัง/โอ่ง/ไห
2.4 กระดาษและเชือก
3. อัตราการใช้ 1:1
- ผลไม้สุก1ส่วน:น้ำตาล1ส่วน
4. วิธีทำ/หมัก
- หั่นผลไม้สุกเป็นชิ้น 2-4เซนติเมตร
- แบ่งน้ำตาลออกเป็น2ส่วนเท่าๆกัน
- เอาน้ำตาลส่วนที่1มาคลุกกับผลไม้สุกเบาๆ
- นำไปบรรจุในภาชนะ
- เอาน้ำตาลส่วนที่2โรยทับหน้า
- เอากระดาษปิดไว้ 8-10วัน(ไม่ต้องใช้ของหนักทับ)ห้ามขยับ

6. ข้อบ่งใช้
6.1 อัตราใช้ 2 ช้อน: น้ำ 10 ลิตร พ่นลงไป 5-7 วัน
6.2 ลาดลงดินห่างจากต้น 1คืบ ทับด้วยใบไม้แห้ง (เพื่อรักษาความชื้น)
6.3 ผสมน้ำให้สัตว์กิน
6.4 ผสมอาหารให้สัตว์
6.5 ทำปุ๋ยหมัก
6.6 ใช้ภายใน45วัน ดีที่สุด
6.7 สามารเก็บไว้ได้3เดือน




การทำฮอร์โมนพืชสมุนไพร(เหล้าดอง)
(Orient Hormone Hutrial:OHN)
1. ข้อควรพิจารณา
- สามารถทำได้อีก5ครั้ง หลังจากทำครั้งแรกรวมเป็น6ครั้ง
2. วัสดุที่ใช้ อย่างใดอย่างหนึ่ง
          2.1 ชะเอม
          2.2 โสมตังกุย
          2.3 อบเชย
          2.4 กระชายดำ
- ถ้าไม่มีทั้ง 4 อย่าง ใช้ ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม มะแขว่น ปูเลย ฯลฯ
2.5 เบียร์หรือเหล้สสาโท 2ขวด อย่างใดอย่างหนึ่ง
2.6 น้ำตาลทรายแดง 0.5กิโลกรัม
2.7 ไห/โอ่ง/ถัง(จะให้ดีใช้ไหเคลือบ)
3. อัตรา
3.1 วัสดุ 1กิโลกรัม:เหล้าสาโท/เบียร์ 2ขวด อย่างใดอย่างหนึ่ง
3.2 น้ำตาล 0.5กิโลกรัม
3.3 เหล้าขาว 40ดีกรี2ขวด
4. วิธีทำ/หมัก
4.1 นำวัสดุจำนวน 1กิโลกรัม ใส่ลงไปในภาชนะ กดลงไปให้แน่น
4.2 เอาสาโท/เหล้า/เบียร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2ขวด เทให้ท่วมวัสดุ
4.3 ปิดฝาด้วยกระดาษมัดเชือก

5. ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง เสร็จแล้วเอาน้ำตาลทรายใส่ 0.5 กิโลกรัม พร้อมทั้งเหล้า ขาว 40  ดีกรี 2 ขวด ทิ้งไว้ 8-10วัน รินใส่ขวด 2/3 ขวดเก็บไว้ในที่ร่ม

6. ข้อบ่งใช้
6.1 อัตรา 1 ช้อน: น้ำ 10ลิตร
6.2 ใส่ในน้ำเป็นอาหารเสริมเร่งการเจริญเติบโต
6.3 ใส่ในน้ำผ่อนคลายความเครียด
6.4 ผสมกับเหล้าดองอื่น ๆได้หลายชนิด
6.5 พ่นสัตว์ ทำลายเห็บ ผื่น ขี้เรื้อนหาย
6.6 ผสมกับจุลินทรีย์อื่น ๆให้สัตว์กิน





น้ำหมักเชื้อจุลินทรีย์จากน้ำซาวข้าว(นมเปรี้ยว)
(Lactic Aaid Bacterai:LAB)

1. ข้อควรพิจารณา
1.1 ต้องใช้น้ำซาวข้าวจากข้าวเหนียว แช่ไว้1คืน หรือ12ชั่วโมง
1.2 ใช้น้ำมะพร้าวก็ได้
1.3 วัสดุใช้หมักควรเป็นขวดแก้วปากกว้างทรงสูง
2. วัสดุที่ใช้
2.1 โถทรงสูงปากกว้าง 9นิ้ว
2.2 น้ำซาวข้าว/น้ำมะพร้าว
2.3 รำอ่อน / แกลบมุข
2.4 กระดาษและเชือก
2.5 น้ำตาลทรายแดง
3. วิธีทำ/หมัก ทำ3ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 นำน้ำซาวข้าวหมักรำอ่อน ทำก่อนล่วงหน้า 4-5 วัน
ขั้นตอนที่ 2 วิธีการทำนมเปรี้ยวหรือแลกโตบาซิลลัส
ขั้นตอนที่ 3 รินใส่ขวด 2/3 ของขวดเก็บไว้ในที่ร่ม

การทำนมเปรี้ยวหรือแลคโตบาซิลลัส

ขั้นตอนที่ 1



น้ำซาวข้าวหมักกับรำอ่อน

1. นำน้ำซาวข้าวหมักกับรำอ่อน 1ขวด เทลงในภาชนะ
2. นำนมสดที่ต้มแล้ว 6 กก.ส่วนเทลงไปแรงๆ
3. เติมน้ำตาลทรายแดง  4  กก.
4. ปิดฝาด้วยกระดาษ ทิ้งไว้ 8-10 วันได้นมเปรี้ยว
5. วันที่3-4จะเห็นวุ้นเกิดขึ้น1-2นิ้วตักเอาวุ้นไปเป็นฮอร์โมนเร่งรากพืชเช่นการตอน การชำ เรียกราก
วิธีเก็บรักษา  เก็บไว้ในตู้เย็นชั้นล่าง/ชั้นพืชผัก

ขั้นตอนที่2
1 ขวด : นมสด10 ขวด (6กก.)

ขั้นตอนที่ 3 รินใส่ขวดไว้ในร่ม
4. ข้อบ่งใช้
4.1 อัตราการใช้3ช้อน :น้ำ10ลิตร
4.2 ผสมน้ำให้สัตว์กินเป็นอาหารเสริม ช่วยในการย่อย และการเสริมสร้างการทำงานของจุลินทรีย์ในสัตว์
4.3 พ่นใบและราดโคนต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้กระถาง จะเสริมสร้างการทำงานของจุลินทรีย์ในพืช (พ่นเช้า-เย็น)
4.4 ผสมกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆได้(พ่นคอกสัตว์)






การหมักน้ำซาวข้าวกับเปลือกไข่(Ca)

1. ข้อควรพิจารณา
1.1 ควรเป็นน้ำซาวข้าว จากการแช่ข้าวเหนียว 1 คืนหรือ 12 ชั่วโมง หรือใช้น้ำมะพร้าวก็ได้
1.2 เปลือกไข่ต้องนำไปตากทิ้งไว้อย่างน้อย 3 แดด (บี้เป็นชิ้นๆ แต่ไม่เป็นผง)
1.3 วัสดุที่ใช้หมักควรเป็นขวดโหลแก้วปากกว้างทรงสูง
2. วัสดุที่ใช้
2.1 ภาชนะ กระดาษ และเชือก
2.2  เปลือกไข่ตากแห้ง 1 กก.
3. วิธีทำ/หมัก
3.1 นำน้ำซาวข้าวจำนวน 10 ลิตร เทลงในภาชนะ
3.2 นำเปลือกไข่ 1 กก. ใส่ลงไปช้าๆปิดฝาด้วยกระดาษ
3.3 หมักไว้ 8-10 วัน รินเก็บไว้ในขวด

4. ข้อบ่งใช้

4.1 พ่นเล้าไก่ไข่จะทำให้ผลักขน
4.2 ใช้ราดพื้นคอกสัตว์/หมู ก่อนใส่แกลบทั้ง 2 ชั้น
4.3 อัตราใช้ 3ช้อน : น้ำ 10 ลิตร
4.4  ผสมกับจุลินทรีย์อื่นๆ




การหมักน้ำซาวข้าวกับถ่านกระดุกสัตว์(P)
1. ข้อควรพิจารณา
1.1 นำกระดูกไปต้มให้ไขมันออกให้หมด
1.2 นำไปตากให้แห้งสนิท
1.3 นำไปเผาไฟจนสีแดง แล้วนำไปจุ่มน้ำนำไปตากให้แห้งสนิท (ทุบให้ได้ 2-4 ซม)
2. วัสดุที่ใช้
2.1 ภาชนะ กระดาษและเชือก
2.2 ด่านกระดูกสัตว์
2.3 น้ำซาวข้าว
3. วิธีการทำ/หมัก
3.1 นำถ่านกระดูกใส่ลงไปในภาชนะ 1 กก                                            
3.2 นำน้ำซาวข้าวเทลงไป 10 ลิตร
                                                                                                                                       


3.3 ทิ้งไว้ 8-10 วัน นำไปใช้ได้โดยเก็บไว้ในโหล ไม่ต้องรินใส่ขวด
4. อัตราการใช้
4.1 ใช้อัตรา  2 ช้อน : น้ำ 10 ลิตร
4.2 พ่นในช่วงก่อนออกดอกเพื่อเปิดตาดอก (ก่อนออกดอก 10 วัน)
4.3 ใช้ผสมกับจุลินทรีย์อื่นๆ
4.4 ใส่ราดพืชจะทำให้ออกดอก

การทำน้ำหมักเชื้อจุลินทรีย์จากเศษปลา  ปู ,กุ้งม รกหมู ,ไส้เดือน

(Fermental Amino Acid:FAA)

1. ข้อควรพิจารณา
1.1 ห้ามล้างน้ำ
1.2 ใช้ไม้หมั่นคนบ่อยๆวันละ 1-2 ครั้ง ถ้าไม่คนจะทำให้เกิดไข ถังแตก ไม่มีน้ำ
1.3 ควรนำไปใช้ภายใน 45 วัน
2. วัสดุที่ใช้
2.1 ภาชนะ(ถ้าจะให้ดีควรจะเป็นโอ่งเคลือบ)
2.2 น้ำตาลทรายแดง
2.3 กระดาษและเชือก
2.4 วัสดุ เศษปลา, หอย ,กุ้ง ,ปู ,รกหมู ,ไส้เดือน
3. อัตรา 1:1 กก.
- วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง 1 กก.:น้ำตาล  1กก.
4.  วิธีทำ/หมัก
4.1 ทุบ/สับเป็นชิ้น 2-4 เซนติเมตร แล้วแต่ชนิดของวัสดุ
4.2 นำวัสดุที่ทุบหรือสับแล้วคลุกกับน้ำตาลทรายแดง(ครั้งเดียว)
4.3 นำบรรจุในโอ่งเคลือบ 2/3 ของโอ่ง
4.4 ปิดฝาให้สนิท
4.5 ใช้ไม้คนวันละ 1-2 ครั้ง (ปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังคน)

5. ทิ้งไว้ 15 วัน รินใส่ขวดให้ได้ 2/3 ของขวด ปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม
6. ข้อบ่งใช้
6.1 ใช้อัตรา 2 ช้อน :น้ำ 10 ลิตร พ่นทางใบ 7-10 วัน : หรือพ่นบ่อยๆ
6.2 ราดลงดินห่างจากต้น 1 คืบ ทับด้วยใบไม้แห้ง ฯลฯ ให้เกิดความชื้น
6.3 ควรนำไปใช้ให้หมดภายใน 45 วัน
6.4 กากที่เหลือผสมรำอ่อนให้สัตว์กิน กาก 1 กก ผสมรำอ่อน 10 กก ราดน้ำหมัก 7 ชนิดผสมให้เข้ากัน นำไปให้สัตว์กิน
6.5 ทำปุ๋ยหมัก
6.6 ผสมน้ำดื่มให้สัตว์
6.7 ผสมอาหารสัตว์






การผลิตเชื้อราขาวทำได้ 3 อย่าง
(Indigenous Micro Organism:IOM)

1. ข้อควรพิจารณา
1.1 ควรเก็บจากต้นไผ่ในท้องถิ่น ดีที่สุด
1.2  ระยะเวลาเก็บ           ฤดูหนาว เวลา 6-7 วัน
                                                ฤดูฝน เวลา 5-7 วัน
                                                ฤดูแล้ง เวลา 4-5 วัน
                                                ถ้าอากาศไม่ปกติใช้เวลา 4-5 วัน
อย่างที่ 1 การเก็บเชื้อราขาว
1.       ทำกระบะไม้กว้าง 30 ซม. ยาว 30 ซม. ลึก 10 ซม.
2.       หุงข้าวสวย/ปลายข้าว 1 ลิตร ทิ้งไว้ให้อุ่น
3.       ซุยข้าวให้โปร่ง (อย่าเอามือไปถูกข้าว)ใช้ทัพพีพลาสติก
4.       เอากระดาษปิด 2 ชั้น เชือกมัด
5.       นำไปป่าไผ่ แหวกหาเชื้อราขาว เอากระบะวางบนเชื้อราขาว วางทับด้วยใบไผ่ เอาตาข่ายคลุม
 (กันหนู)เอาพลาสติกคลุม
6.       ทิ้งไว้ 4-5 วัน แล้วนำมาคลุกกับน้ำตาลทราย 1 กก. โดยใช้มือขยำให้และเหมือนโคลน
7.       บรรจุไว้ในขวดโหล (ปิดฝา) จำนวน 4ขวด (ใส่ 2/3 ของขวด) ทิ้งไว้ 4-5 วัน แล้วนำไปใช้
2 ช้อน:น้ำ 10ลิตร










2. ทำเป็นกองปุ๋ยหมัก
- หนาไม่เกิน 70 ซม. กองไว้ในที่ร่ม
- เอาฟางทับข้างบนหนา 1 ฝ่ามือ
- คลุมด้วยพลาสติก
- หาของหนักทับตีนกองปุ๋ย
- หลังจากคลุม 12 ชม. 30 องศา
- ทิ้งไว้ 8-10 วัน
3. การนำไปใช้
3.1 ทำปุ๋ยชีวภาพ อินทรีย์ ธรรมชาติโดยคนทำหรือคนหมัก (ปุ๋ยหมัก),สัตว์ทำหรือสัตว์หมัก
(หมูหลุม)
3.2 พัฒนาสิ่งแวดล้อม (การกำจัดขยะ กำจัดกลิ่นเหม็น กำจัดมลภาวะ)
3.3 นำไปขยายหัวเชื้อขยาย
4. ออกมาได้5-6 กระสอบ




- ทำเป็นกองปุ๋ยหมักหนาไม่เกิน 70 ซม. กองไว้ในที่ร่ม
- เอาฟางทับข้างบนหนา 1 ฝ่ามือ
- คลุมด้วยพลาสติก
- หาของหนักทับตีนกองปุ๋ย
- หลังจากคลุม 12 ชม. 30 องศา
- ทิ้งไว้ 8-10 วัน

การนำไปใช้
- สามารถไปขยายได้อีก 125 กอง
- ทำเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ ชีวภาพ ธรรมชาติ
- นำไปใส่พืช
- ออกมาได้ 8 กระสอบ





เกษตรธรรมชาติ ( Natural farming)

เกษตรธรรมชาติ ( Natural farming) เกษตรธรรมชาติ หมายถึง การทำการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรทุกชนิดแต่จะให้ความสำค...